สนาม : เวมบลี่ย์ สเตเดี้ยม ในศึกฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ “สิงโตคำราม” อังกฤษของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต แม้เกมนี้อังกฤษจะเป็นฝ่ายที่โดนนำไปก่อนแต่ไม่มีปัญหารวมพลังไล่อัดทีมชาติ สวิตเซอร์แลนด์ 2-1 จากจุดโทษช่วงท้ายเกมของ แฮร์รี่ เคน บวกสถิติไม่แพ้ที่ สนามเวมบลี่ย์ 14 นัดติดต่อกัน ในศึกฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

โดยกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ทีมชาติอังกฤษ พาทีมถล่มซาน มาริโน่ขาดลอย 10-0 ในเกมคัดบอลโลกล่าสุด เป็นการคว้าชัย สอง นัดติด ทางด้าน มูรัต ยาคิน กุนซือทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ พาทีมถล่มบัลแกเรีย 4-0 ในเกมคัดบอลโลกล่าสุด เป็นการชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

เกมเปิดฉากครึ่งแรกทีมชาติ อังกฤษ พยายามเปิดเกมรุกโดย ฟิล โฟเด้น แทงบอลเข้าเขตโทษถึง แฮร์รี่ เคน นำบอลเข้าเขตโทษหาจังหวะยิงแต่เสียดายทำบอลหลุดเท้าโดนแนวรับ สวิตเซอร์แลนด์ เตะสกัดบอลทิ้งออกไป

20 นาทีผ่านไป รูปเกมดู อึดอัดต่างระวังตัวด้วยกันทั้งคู่โดยเป็น อังกฤษ ที่ครองบอลน้อยกว่าแต่หาจังหวะจบประตูได้ 2 ครั้งแต่ก็ยังยิงไม่ตรงกรอบ

นาทีต่อมา ทีมสวิตเซอร์แลนด์ พลาดโอกาสทองโดยเป็น กรานิต ชาคา ตั้งป้อมยิงหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งไปติดนายประตูจอร์แดน พิคฟอร์ด ตบบอลทิ้งเกือบเข้าทางผู้เล่น สวิตเซอร์แลนด์ ยังดีเพื่อนตามมาเตะบอลทิ้งได้ทัน

หลังจากนั้นจังหวะต่อเนื่อง ทีมสวิตเซอร์แลนด์ สามารถขึ้นออกนำก่อน 1-0 จากบอลหน้าเขตโทษฝั่งขวา เซอร์ดาน ชากิรี่ ตามมาเก็บหักข้อ โยนบอลเข้าเขตโทษข้ามหัว เบน ไวท์ โค้งมาเสาไกลถึง บรีล เอ็มโบโล่ โหม่งย้อนทาง จอร์แดน พิคฟอร์ด เสียบหน้าต่างเสาแรก ผู้ตัดสิน รอเช็คจาก VAR สุดท้ายยืนยันเป็นประตู

และต่อมาในนาทีที่ 25 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย เซอร์ดาน ชากิรี่ วางเข้าเขตโทษลึกมาเสาไกลเข้าทาง ฟาเบียน เฟร์ ซัดยิงตามน้ำยัดเสาแรกติดปลายมือนายทวาร จอร์แดน พิคฟอร์ด ผวาปัดบอลชนคานเด้งออก

และ10 นาทีต่อมา เมสัน เม้าน์ท พาบอลแหวกขึ้นมาผ่านบอลแทงช่องออกซ้ายให้ ฟิล โฟเด้น แตะบอลเข้าเขตโทษปาดย้อนไปเสาไกลถึง ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส สอดตัวมาแปด้วยขวา บอลชนเสาเด้งมาหน้าประตูเสียดายโดนจับล้ำหน้าไปก่อน

ครึ่งแรกนาทีที่ 38 ทีมสวิตเซอร์แลนด์ บุกต่อเนื่อง ริคาร์โด้ โรดริเกซ เก็บตกหน้ากรอบเขตโทษตั้งป้อมยิงด้วยซ้ายบอลส่ายติดนายทวาร จอร์แดน พิคฟอร์ด แล้วปัดบอลไม่ดีเข้าทาง บรีล เอ็มโบโล่ ตามซ้ำผ่านหน้าประตูออกหลังไป

ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 ทีมชาติ อังกฤษ สามารถมาตามตีเสมอ 1-1 จนได้จากความขยันของ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ดักบอลได้ทางฝั่งขวาไหลบอลมาถึง คอเนอร์ กัลลาเกอร์ เข้าเขตโทษส่งย้อนมาเสาไกลให้ ลุค ชอว์ วิ่งสอดมายิงแรงด้วยซ้ายบอลเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงาม

หมดเวลาครึ่งแรก อังกฤษ 1 สวิตเซอร์แลนด์ 1

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 ทีมชาติ อังกฤษ  บุกก่อนจากบอลทางริมเส้นฝั่งขวา คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ดึงจัวหวะแล้วยกบอลข้ามหัว ฟาเบียน เฟร์ บอลย้อยเข้าเขตโทษถึง แฮร์รี่ เคน เอาชนะกับดักล้ำหน้าหลุดเข้าไปยิงซัดแต่บอลติดบล็อค โยนัส โอมลิน

และจากจังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุมทางด้านขวาบอลโค้งมาหน้ากรอบเขตโทษ 6 หลาเข้าหัว มาร์ค เกฮี โหม่งไม่ดีย้อนไปเสาไกลเกือบเข้าทาง คอเนอร์ เคาดี้ สอดตัวมาชาร์จแต่เสียดายแรงบอลผ่านหน้าประตูหลุดออกหลังไป

และหลังจาก70 นาทีผ่านไป ทีมชาติ อังกฤษ  เริ่ม เร่งเครื่องเอาใจแฟนบอล ไทริก มิตเชลล์ ตัวสำรองขยับขึ้นมาทางซ้ายโยนบอลโค้งเข้าเขตโทษมาตกใส่หัว แฮร์รี่ เคน เกร็งคอโขกบอลเปลี่ยนทางก็ยังไปตรงตัวนายทวาร โยนัส โอมลิน

และนาทีต่อมาจากจังหวะประสานงานหน้าเขตโทษ แจ็ค กรีลิช เก็บบอลได้หน้าเขตโทษด้านได้จังหวะแล้วยกบอลข้ามฟากมาให้ เบน ไวท์ ดันขึ้นมายิงซัดด้วยซ้ายหนี บล็อคพุ่งผ่านมือนายประตู โยนัส โอมลิน เหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

มาถึงนาทีที่ 78 ทีมชาติอังกฤษ สามารถแซงออกนำได้เป็น 2-1 โดยมาร์ค เกฮี โหม่งบอลไปโดนแขน สตีเวน ซูเบอร์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสิน รอเช็ค VAR อยู่นานจนสุดท้ายขอออกไปดู VAR เองก่อนหันกลับมาชี้เป็นจุดโทษ แล้ว แฮร์รี่ เคน ก็สังหารไม่พลาด

หลังจากนั้นไม่มีใครทำประตูเพิ่ม จบเกม อังกฤษ 2 สวิตเซอร์แลนด์ 1

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    อังกฤษ เล่นระบบ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด  – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส (ราฮีม สเตอร์ลิง น.61), เบน ไวท์, คอเนอร์ เคาดี้, มาร์ค เกฮี, ลุค ชอว์ (ไทริก มิตเชลล์ น.61) – คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (เดแคลน ไรซ์ น.61), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน – ฟิล โฟเด้น (จู๊ด เบลลิงแฮม น.79), แฮร์รี่ เคน (โอลลี่ วัตกินส์ น.88), เมสัน เม้าน์ท (แจ็ค กรีลิช น.62)

เทรนเนอร์ : แกเร็ธ เซาธ์เกต

  สวิตเซอร์แลนด์ เล่นระบบ  (4-2-3-1) : โยนัส โอมลิน – ริคาร์โด้ โรดริเกซ, ฟาเบียน เฟร์, มานูเอล อคานจี, ซิลวาน วิดเมอร์ (เควิน เอ็มบาบู น.36) – กรานิต ชาคา, เรโม ฟรอยเลอร์ (สตีเวน ซูเบอร์ น62) – เรนาโต้ สเตฟเฟ่น (แอนดี้ เซ็คคีรี น.62), เซอร์ดาน ชากิรี่ (มิแชล เอบีเชอร์ น.80), รูเบน วาร์กาส (ฌิบริล โซว น.62) – บรีล เอ็มโบโล่ (มาริโอ กาฟราโนวิช น.79)

เทรนเนอร์ : มูรัต ยาคิน